โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
การพัฒนาสถาบันพระสังฆาธิการ
ข่าวสถาบัน
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document
Home

เรื่อง คัดค้านการแต่งตั้งเจ้าคณะตำบล

                                                                                                โดย นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                                 นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                                 สถาบันพระสังฆาธิการ

                คดีนี้เป็นเรื่องที่มีข้อพิพาทไปที่ศาลปกครองเรื่องการแต่งตั้งเจ้าคณะตำบล ตามคำร้องที่ ๕๗/๒๕๔๘ คำสั่งที่ ๒๘๑/๒๕๔๘ โดยผู้ฟ้องคดีคือ วัด จ.  กับชาวบ้าน ฟ้องเจ้าคณะจังหวัด และเจ้าคณะอำเภอ ต่อศาลปกครอง เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ประมาณเดือนมีนาคม ๒๕๔๗ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอ ได้พิจารณาคัดเลือกพระภิกษุโดยเสนอต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ให้แต่งตั้งพระอธิการ ส.  ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบล ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการแต่งตั้งเจ้าคณะตำบลไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และขัดต่อกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการ เพราะพระอธิการ ส.มีพรรษาเพียง ๖ พรรษา และเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด ท.เพียง ๑ ปี เท่านั้น ผู้ฟ้องคดีที่ ๒-๑๐ เห็นว่าพระภิกษุในตำบลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎมหาเถรสมาคมที่ควรได้รับเลือกและแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบล ควรเป็นพระอธิการ ฉ. ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัด จ. และได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นโท พรรษา ๑๖ นักธรรมชั้นเอก และมีตำแหน่งเป็นรองเจ้าคณะตำบล ผู้ฟ้องคดีที่ ๒-๑๐ ได้อุทธรณ์คำสั่งแต่งตั้งเจ้าคณะตำบล ไปยังผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑  และได้รับทราบด้วยวาจาจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ว่ายืนตามคำสั่งเดิม ไม่มีการถอดถอนเจ้าคณะตำบล ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาดังนี้

๑.      เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งพระอธิการ ส. เป็นเจ้าคณะตำบล โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งถอดถอนเจ้าคณะตำบลดังกล่าว

๒.      ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ พิจารณาคัดเลือกพระครู อ. รองเจ้าคณะตำบล แต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบล

ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นการฟ้องคดีเกี่ยวกับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ในฐานะพระสังฆาธิการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และกฎมหาเถรสมาคม  เสนอและแต่งตั้งตำแหน่งเจ้าคณะตำบลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๕ ตรี มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติ   คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ที่บัญญัติไว้เกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์ว่า คณะสงฆ์ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อย การปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาคให้จัดแบ่งเขตปกครองและมีพระภิกษุเป็นผู้ปกครองตามลำดับชั้น คือ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล ส่วนการแต่งตั้งถอดถอนพระภิกษุอันเกี่ยวกับตำแหน่งปกครอง     คณะสงฆ์นั้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม ดังนั้น คดีนี้จึงเป็นเรื่องที่      ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์แต่งตั้งเจ้าคณะตำบล อันเป็นการดำเนินกิจการทางปกครองคณะสงฆ์ซึ่งเป็นองค์กรทางศาสนา ไม่ใช่การใช้อำนาจทางปกครองในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งปฏิบัติงานในหน่วยงานทางปกครอง กรณีจึงไม่เข้าลักษณะคดีปกครองที่ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒   จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบยื่นอุทธรณ์ว่า มาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ บัญญัติให้พระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์และไวยาวัจกร เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา จากข้อกฎหมายดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายได้ปฏิบัติหน้าที่และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต โดยการละเมิดกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ข้อ ๒๓ ที่ไม่พิจารณาคัดเลือกพระภิกษุผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๖ และข้อ ๒๒ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบล และแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนเป็นเจ้าคณะตำบลจึงเป็นการออกคำสั่งทางปกครองในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติงานในหน่วยงานทางปกครอง จึงอยู่ในอำนาจของศาลปกครองที่จะรับคำฟ้องไว้พิจารณา ขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นให้รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณา

ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้ว คดีนี้มีประเด็นต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจศาลว่า เป็นข้อพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครองหรือไม่ เห็นว่าโดยที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๑๕ ตรี วรรคหนึ่ง(๑) บัญญัติให้มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม มาตรา ๒๐ บัญญัติว่า คณะสงฆ์ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม มาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า การปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค ให้มีพระภิกษุเป็นผู้ปกครองตามลำดับชั้นดังต่อไปนี้ (๑) เจ้าคณะภาค (๒)เจ้าคณะจังหวัด (๓) เจ้าคณะอำเภอ (๒) เจ้าคณะตำบล และมาตรา ๒๓ บัญญัติว่า การแต่งตั้งและถอดถอนพระอุปัชฌาย์ เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระภิกษุอันเกี่ยวกับตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ตำแหน่งอื่นๆ และไวยาวัจกร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม มูลเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งเจ้าคณะตำบล ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ พิจารณาคัดเลือก พระอธิการ ส.เป็นเจ้าคณะตำบล เป็นคำสั่งในกิจการปกครองคณะสงฆ์ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ใช้อำนาจทางกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ในฐานะเจ้าคณะจังหวัด ปฏิบัติในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของสงฆ์ อันเป็นการใช้อำนาจทางปกครองของคณะสงฆ์ จึงมิใช่การใช้อำนาจทางปกครองในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติงานเป็นหน่วยงานทางปกครอง กรณีจึงไม่เข้าลักษณะคดีปกครองที่ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ส่วนการที่มาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ กำหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา นั้น เห็นว่า เป็นการกำหนดเพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอาญา หาได้ทำให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ไม่ อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบฟังไม่ขึ้น คดีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองที่จะรับไว้พิจารณาพิพากษาได้ การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้นศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย

     จึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น

 
ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ


พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายพิศาฬเมธ แช่มโสภา
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้96
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้100
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้96
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว701
mod_vvisit_counterเดือนนี้1961
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว2992
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด474254

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-08-19 23:18
ราคาน้ำมัน