โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
การพัฒนาสถาบันพระสังฆาธิการ
ข่าวสถาบัน
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document

โครงการถวายความรู้ประจำปี 2562



ดาวน์โหลดใบจอบรับ และ แผนที่ตั้งสถาบันพระสังฆาธิการ

- แผนที่การเดินทางมาสถาบันพระสังฆาธิการ

Home

ที่พักสงฆ์ สำนักสงฆ์ และวัด(๔)

                                                                                        นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                        นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                        สถาบันพระสังฆาธิการ

          วัดที่เป็นนิติบุคคลแล้ว ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๑ มี ๒ อย่างคือ     สำนักสงฆ์อย่างหนึ่ง และวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาอย่างหนึ่ง แล้วย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๕ บัญญัติรับรองไว้กล่าวคือ นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นภายในขอบแห่งอำนาจหน้าที่ หรือวัตถุประสงค์ดังได้บัญญัติหรือกำหนดไว้ในกฎหมาย ข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้ง ดังนั้นวัดที่เป็นนิติบุคคลย่อมทำนิติกรรมสัญญากับบุคคลภายนอกได้โดยผ่านผู้แทน ก็คือเจ้าอาวาสหรือเจ้าอาวาสอาจมอบอำนาจไวยาวัจกรหรือบุคคลภายนอกทำนิติกรรมแทนก็ได้ โดยที่ไม่ขัดกับวัตถุประสงค์ของวัดและไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีหรือความสงบสุขของประชาชน หรือใช้สิทธิทางศาลเรียกร้องให้บุคคลภายนอกคืนทรัพย์สินของวัดหรือ    เพิกถอนนิติกรรมใดๆที่ทำให้วัดเสียหายหรือเสียประโยชน์

          กรณีที่ธรณีสงฆ์ที่มีผู้มีจิตศรัทธายกถวายให้วัดแล้ว ต่อมามีชาวบ้านเข้าไปบุกรุกเข้าทำกิน และไปขอออกเอกสารสิทธิที่ดินจากกรมที่ดินเป็นชื่อตนเอง จนกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างวัดกับชาวบ้านที่บุกรุกที่   ธรณีสงฆ์ วัดจึงเป็นโจทก์ฟ้องผู้บุกรุกเป็นจำเลยต่อศาล ดังคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๖๕๖/๒๕๔๑ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทวัด ที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ก.) เลขที่ ๙๕๗ หมู่ที่ ๒ เนื้อที่    ๑ ไร่ ๓๗ ตารางวา เดิมเป็นส่วนหนึ่งของนางทอง ซึ่งนางทองได้อุทิศที่ดินแปลงดังกล่าวทั้งหมดให้แก่โจทก์เมื่อประมาณ ๔๐ กว่าปีมาแล้ว ต่อมา นายแดง (นามสมมติ) บิดาจำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกโรงเรือนในที่ดินแปลงดังกล่าว ราษฎรจึงร้องเรียนต่อทางราชการ นายอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมีปลัดอำเภอท่าแซะขณะนั้นเป็นประธานทำการรังวัด แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เจ้าพนักงานรังวัดจึงไม่ได้ปักหลักเขตที่ดินแปลงที่นางทองยกให้ทั้งหมด คงปักหลักเขตเพียงบางส่วน เป็นเหตุให้นายแดง ฟ้องโจทก์และปลัดอำเภอเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้โจทก์และปลัดอำเภอถอดหลักส่วนที่ปักรุกล้ำออก กับห้ามโจทก์และปลัดอำเภอหรือบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว ต่อมาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้โจทก์และปลัดอำเภอชนะคดีตามสำนวนแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๗/๒๕๑๕ ของศาลชั้นต้น ซึ่งในคดีดังกล่าวศาลฟังข้อเท็จจริงยุติว่านางทองได้อุทิศที่ดินทั้งแปลงรวมทั้งที่พิพาทในคดีก่อนและที่พิพาทในคดีนี้ให้แก่โจทก์และที่ดังกล่าวตกเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้วแต่ด้วยเมตตาธรรมของเจ้าอาวาสวัดโจทก์ในขณะนั้นยังคงให้นายแดงอาศัยอยู่ในที่พิพาทต่อไป แต่นายแดงได้นำที่พิพาทในคดีนี้ไปออกหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ก.) เลขที่ ๙๕๗ เป็นชื่อของนายแดง ต่อมานายแดงถึงแก่กรรม จำเลยเป็นผู้รับมรดกสืบสิทธิในที่ดินแปลงนี้ต่อมา ขอให้พิพากษาเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ก.) เลขที่ ๙๕๗ และให้ขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกไปจากที่พิพาท กับห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป

          จำเลยให้การว่า ที่พิพาทไม่ใช่เป็นที่ธรณีสงฆ์ของโจทก์ โจทก์ไม่เคยให้นายแดงอยู่อาศัยในที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินส่วนที่นางทองอุทิศให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่เคยครอบครองเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาท ขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ก.) เลขที่ ๙๕๗ และให้จำเลยพร้อมบริวารออกไปจากที่พิพาท กับห้ามมิให้เกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป

          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย

          จำเลยฎีกา

          ศาลฎีกา พิพากษายืน

          คดีนี้วัดโจทก์จึงเป็นฝ่ายชนะคดี ด้วยเหตุผลประการแรก คือ วัดโจทก์เป็นนิติบุคคลตามมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒)  พ.ศ. ๒๕๓๕ มีอำนาจฟ้องคดีได้ ประการที่สอง โจทก์นำสืบได้ว่าที่ดินพิพาทแปลงดังกล่าวเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว

 
ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ


พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายพิศาฬเมธ แช่มโสภา
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้79
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้102
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้378
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว663
mod_vvisit_counterเดือนนี้2593
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3086
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด468873

Online (20 minutes ago): 1
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-06-27 19:07
ราคาน้ำมัน