วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document
Home

ที่พักสงฆ์ สำนักสงฆ์ และวัด(๕)

                                                                                         นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                         นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                         สถาบันพระสังฆาธิการ

          ที่พักสงฆ์ หรือวัดที่ยังไม่ได้รับการประกาศตั้งวัด ซึ่งถือว่ายังไม่เป็นนิติบุคคล หากมีผู้อุทิศที่ดิน และยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาต่อเจ้าพนักงานที่ดิน การให้จะสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๒๕ บัญญัติว่า การให้ทรัพย์สินซึ่งถ้าจะซื้อขายกันจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น ท่านว่าจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีเช่นนี้การให้ย่อมเป็นอันสมบูรณ์โดยมิพักต้องส่งมอบ เมื่อที่พักสงฆ์หรือวัดที่ยังไม่ได้มีการประกาศตั้งวัดยังไม่ได้เป็นนิติบุคคล ก็ไม่สามารถที่จะจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินได้ ก็มักจะเกิดปัญหาตามมา ดังคำพิพากษาศาลฏีกาที่ ๙๕๔๓/๒๕๕๑

           เจ้าอาวาสซึ้อที่ดินพิพาทจากผู้อื่นจำนวน ๕ ไร่ ๒ งาน ๗ ตารางวา แล้วยกให้วัดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ขณะที่วัดยังไม่เป็นนิติบุคคล หมายความว่า วัดยังไม่ได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนา แต่ต่อมาเมื่อวัดนี้ได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๓ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ     โดยเจ้าอาวาสได้รับการแต่งตั้งโดยถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าอาวาสก็ได้แสดงเจตนายืนยันว่าได้มีการยกที่ดินพิพาทให้แก่วัด ตลอดมาโดยมีการทำบันทึกถ้อยคำว่า วัดมีความประสงค์ขอรับโอนที่ดินพิพาทจากเจ้าอาวาส นับตั้งแต่วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๓ ถือได้ว่ามีเจตนาอุทิศที่ดินพิพาทเพื่อใช้เป็นที่สร้างวัดที่ดินพิพาทย่อม  ตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้เป็นที่สำหรับสร้างวัดตามเจตนาของผู้อุทิศทันที โดยไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการยกให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๒๕ เมื่อสร้างวัดเสร็จเรียบร้อย กระทรวงศึกษาธิการและมหาเถรสมาคมเห็นชอบให้ตั้งวัด และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๑๓ ที่ดินพิพาทจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์ตั้งแต่บัดนั้น เมื่อที่ดินพิพาทตกเป็นของวัดแล้วตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๓๔ จะโอนกรรมสิทธิ์ได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น ประเด็นที่ว่า เจ้าอาวาสมอบอำนาจให้จำเลยไปรับโอนที่ดินพิพาทมาเป็นของจำเลยหรือไม่ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยเพราะถึงอย่างไรจำเลยไม่มีสิทธิรับโอนที่ดินพิพาทซึ่งเป็นของวัดมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตน

          จากคำพิพากษาศาลฎีกานี้ เมื่อวัดได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินควรจะดำเนินการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีนำที่ดินวัดไปแสวงหาผลประโยชน์และสร้างความเดือดร้อนแก่วัดและบุคคลอื่น

 
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายธานี พิกุลทอง
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้54
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้111
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้165
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว721
mod_vvisit_counterเดือนนี้1913
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3105
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด483693

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-11-19 12:28
ราคาน้ำมัน