วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document
Home

ที่พักสงฆ์ สำนักสงฆ์ และวัด(๗)

                                                                                นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                สถาบันพระสังฆาธิการ

                วัดที่เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แล้วถ้าเจ้าอาวาสหรือผู้รักษาการ     เจ้าอาวาสประสงค์จะสร้างกุฏิหรือสิ่งก่อสร้างภายในวัด แต่มีปัจจัยหรือทุนทรัพย์ไม่เพียงพอแล้วไปกู้ยืมจากบุคคลภายนอกโดยไม่แจ้งต่อเจ้าคณะกรรมการวัดหรือไวยาวัจกร กรณีแบบนี้วัดจะต้องรับผิด หรือเจ้าอาวาสหรือรักษาการเจ้าอาวาสรับผิดต้องร่วมรับผิดกับวัดด้วยหรือไม่ มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๗๔๑/๒๕๔๘ เป็นกรณีศึกษามีรายละเอียดว่า

          นายขาว เป็นโจทก์ยื่นฟ้องวัด ข. เป็นจำเลยว่า จำเลยโดยพระครู ก. ในฐานะรักษาการเจ้าอาวาสและเป็นตัวแทนจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์เป็นเงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างกุฏิโดยตกลงจะชำระหนี้คืนหลังทอดกฐินประจำปี แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ย

          จำเลยให้การว่า ช่วงที่พระครู ก. รักษาการเจ้าอาวาสกู้ยืมเงินโจทก์หรือไม่จำเลยไม่ทราบ หลังจากพระครู ก. ได้ลาออกจากตำแหน่งไม่เคยแสดงหลักฐานบัญชีรายรับรายจ่ายประจำเดือนต่อเจ้าคณะตำบล ทั้งพระครู ก. ไม่เคยให้ไวยาวัจกรหรือผู้จัดประโยชน์ของวัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด จึงเป็นการขัดต่อกฎกระทรวงข้อ ๖ ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๑) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และถึงแม้จะไม่มีไวยาวัจกรหรือผู้จัดประโยชน์ก็เป็นหน้าที่ของพระครู ก. ต้องทำบัญชีทั้งหลายให้ปรากฎรายรับรายจ่ายของวัด หากว่าพระครู ก. เป็นตัวแทนของจำเลยจริงต้องถือว่าเงินที่กู้ยืมตามฟ้องเป็นเงินของววัดจำเลย ซึ่งวัดจะเก็บรักษาได้เพียง ๓,๐๐๐ บาท ในส่วนที่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต้องเก็บรักษาโดยกรมการศาสนา และฝากในนามของวัด แต่ไม่ปรากฎว่าพระครู ก. ได้กระทำการดังกล่าว จึงเป็นการขัดต่อกฎกระทรวงข้อ ๕  ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๑) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ การกระทำของพระครู ก.จึงเป็นการกระทำส่วนตัวไม่มีผลผูกพันจำเลย ทั้งในเอกสารการกู้ยืมเงินทั้งสองฉบับก็ไม่ปรากฎว่า พระครู ก. ได้กระทำในนามของวัดจำเลยแต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๕๐๐,๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์

          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

          โจทก์ฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทวัดในพุทธศาสนาจัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ พระครู ก. ได้รับแต่งตั้งให้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดจำเลยตามคำสั่งเจ้าคณะตำบล ต่อมาพระครู ก. ได้ลาออกจากตำแหน่ง ในช่วงที่พระครู ก. ได้รักษาการเจ้าอาวาสได้ยืมเงินจากโจทก์ ๒ ครั้งรวมเป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยพระครู ก. ได้ทำหลักฐานการกู้ยืมลงลายมือชื่อพระครู ก. พร้อมทั้งมีพยานลงลายมือชื่อ โดยระบุในหนังสือในลักษณะว่า พระครู ก. ได้ยืมเงินสดเพื่อจะจ่ายค่าก่อสร้างวัดให้ลุล่วงไปด้วยดี............บาท กำหนดคืนให้หลังทอดกฐินวัดเรียบร้อยแล้ว เห็นได้ชัดว่าหนังสือดังกล่าวเป็นหลักฐาน     ในการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรคหนึ่ง จึงรับฟังได้ว่าพระครู ก. ได้กู้เงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาทไปจากโจทก์จริง

          แล้ววัดจำเลยต้องชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ รับฟังได้ว่ากรรมการที่มาจากอำเภอและตัวแทนเจ้าคณะตำบลสรุปผลการตรวจสอบว่า หนี้สินที่พระครู ก.กู้ยืมเงินโจทก์เป็นหนี้ที่ใช้ในการก่อสร้างกุฏิอันเป็นศาสนสมบัติของจำเลย หาใช่เป็นการกู้ยืมเพื่อตนเองไม่ พระครู ก. กระทำการดังกล่าวแทนจำเลยได้โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๓๗ และ ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ อีกทั้งเมื่อโจทก์ได้ส่งมอบเงินให้พระครู ก. ซึ่งกระทำแทนจำเลยรับมอบจำนวนเงินที่กู้ไปแล้ว สัญญากู้ย่อมบริบูรณ์ การที่จะต้องให้ไวยาวัจกรเป็นผู้เก็บรักษาเงินหรือต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายตามกฎกระทรวงข้อ ๖ ฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๑๑)ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ นั้นไม่เกี่ยวกับความบริบูรณ์ของสัญญากู้แต่ประการใด ดังนั้นเมื่อพระครู ก. เป็นผู้แทนของจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์มาใช้ในกิจการอันเป็นศาสนสมบัติของจำเลยเช่นนี้ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์ พิพากษาให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษา     ศาลชั้นต้น

          วัดที่เป็นนิติบุคคลแล้ว มีเจ้าอาวาสเป็นผู้แทน การใดๆที่เจ้าอาวาสได้กระทำไปตามอำนาจที่กฎหมายให้อำนาจไว้ จึงมีผลผูกพันวัด ถ้าเป็นเรื่องเจ้าอาวาสกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ       เจ้าอาวาสต้องรับผิดโดยลำพัง ไม่ผูกพันวัดหรือถ้าการกระทำนอกเหนืออำนาจก่อให้เกิดการละเมิดหรือ     เป็นการทำละเมิดโดยส่วนตัววัดก็ไม่ต้องรับผิด  

 

 
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายธานี พิกุลทอง
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้54
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้111
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้165
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว721
mod_vvisit_counterเดือนนี้1913
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3105
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด483693

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-11-19 12:21
ราคาน้ำมัน