วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document
Home

เรื่อง หน้าที่เจ้าอาวาสในฐานะผู้แทนวัด

                                                                                              โดย นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                               นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                        สถาบันพระสังฆาธิการ

ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๓๗  บัญญัติหน้าที่ของเจ้าอาวาสไว้ดังนี้
(๑)    บำรุงรักษา จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี
(๒)    ปกครองและสอดส่องให้บรรพชิต และคฤหัสถ์ที่มีที่อยู่หรือพำนักอาศัยอยู่ในวัดนั้นปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฏมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งของมหาเถรสมาคม
(๓)    เป็นธุระในการศึกษาอบรม และสั่งสอนพระธรรมวินัยแก่บรรพชิตและคฤหัสถ์
(๔)    ให้ความสะดวกตามสมควรในการบำเพ็ญกุศล
มาตรา ๓๘ เจ้าอาวาสมีอำนาจดังนี้
(๑)    ห้ามบรรพชิต และคฤหัสถ์ ซึ่งมิได้รับอนุญาตของเจ้าอาวาสเข้าไปอาศัยอยู่ในวัด
(๒)    สั่งให้บรรพชิต และคฤหัสถ์ ซึ่งไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาสออกไปเสียจากวัด
(๓)    สั่งให้บรรพชิต และคฤหัสถ์ ที่มีที่อยู่หรือพำนักอาศัยในวัด ทำงานภายในวัดหรือให้ทำทัณฑ์บน หรือให้ขอขมาโทษ ในเมื่อบรรพชิต หรือคฤหัสถ์ในวัดนั้นประพฤติผิดคำสั่งเจ้าอาวาสซึ่งได้สั่งโดยชอบด้วยพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งของมหาเถรสมาคม
         ดังนั้นหากเจ้าอาวาสเห็นว่าพระภิกษุรูปใดภายในวัดไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสย่อมมีอำนาจว่ากล่าวตักเตือน หรือให้ทำทัณฑ์บน หรือให้ขอขมาโทษได้ตามความเหมาะสม แต่หากพระภิกษุรูปนั้นยังคงไม่ปฏิบัติตนให้อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาสอีกก็คงต้องให้พระภิกษุรูปนั้นออกไปเสียจากวัด หากไม่ยอมออกไปจากวัดแล้วเจ้าอาวาสย่อมมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมให้ขับไล่พระภิกษุรูปดังกล่าวออกไปเสียจากวัดได้ ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๑๕๓/๒๕๑๖ วัดโดยพระภิกษุขาว เจ้าอาวาส เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องพระภิกษุดำเป็นจำเลย ต่อศาลว่า จำเลยเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ได้มาอาศัยอยู่กับโจทก์หลายปีมาแล้ว จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ของโจทก์ กล่าวคือ จำเลยไม่ยอมขึ้นต่อการปกครองของเจ้าอาวาส จำเลยได้กระทำการแทรกแซงในสังฆกรรมและงานประเพณีต่างๆ ของวัดตลอดมา เจ้าอาวาสขอร้องจำเลย จำเลยก็ปฏิเสธ ไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาสขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากวัดโจทก์
       จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พระภิกษุขาวมิได้เป็นเจ้าอาวาสโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และกฎมหาเถรสมาคม ขอให้ยกฟ้อ
        พระภิกษุขาวในฐานะเจ้าอาวาสได้ร้องสอดขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต
        ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อพิพาทอยู่ในอำนาจของมหาเถรสมาคมที่จะพิจารณดำเนินการตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจศาลที่จะพิจารณา ให้ยกฟ้องโจทก์
        โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดี แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ
         จำเลยฎีกา  ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มูลกรณีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากวัดโจทก์นี้ โจทก์อ้างเรื่องที่จำเลยไม่ยอมขึ้นต่อการปกครองของเจ้าอาวาสวัดโจทก์ โดยที่จำเลยแทรกแซงในสังฆกรรม และงานประเพณีต่างๆ ของวัด และเรื่องที่จำเลยไม่ยอมร่วมศาสนพิธีมาฆะบูชา วิสาขะบูชา อาสาฬหบูชา เข้าพรรษา ออกพรรษา งานรับผ้าพระกฐิน และงานรับทอดผ้าป่า แม้ว่าเรื่องที่โจทก์อ้างเหล่านี้บางเรื่องพาดพิงถึงพระธรรมวินัยก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงข้ออ้างประกอบข้อกล่าวหาที่ว่า จำเลยไม่อยู่ในโอวาทของโจทก์ร่วมอันเป็นข้อกล่าวหาและเป็นประเด็นแห่งข้อพิพาทในคดีนี้ว่า โจทก์และโจทก์ร่วมจะฟ้องขับไล่จำเลยได้หรือไม่เท่านั้น   มูลกรณีที่โจทก์และโจทก์ร่วมฟ้องนี้ ถือได้ว่ามีการโต้แย้งสิทธิทางแพ่งของวัด โจทก์ในฐานะที่เป็นนิติบุคคล และของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดโจทก์ เรื่องนี้จึงไม่ใช่กรณีที่จะต้องอาศัยคำวินิจฉัยชี้ขาดของมหาเถรสมาคมเช่นกรณีพระภิกษุล่วงละเมิดพระธรรมวินัย ศาลยุติธรรมจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๓๘ (๒) ประกอบด้วยประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕
           พิพากษายืน
          วัดซึ่งเป็นศาสนสถาน ซึ่งประกอบด้วยพระภิกษุ สามเณร และศาสนวัตถุ เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฎิพระสงฆ์ ฯลฯ การปกครองดูแลวัดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ จึงได้บัญญัติหน้าที่ของเจ้าอาวาส ตามมาตรา ๓๗ และบัญญัติถึงอำนาจของเจ้าอาวาสตามมาตรา ๓๘ เพื่อให้การปกครองดูแลวัดเป็นไปโดยเรียบร้อย หากมีพระภิกษุรูปใดไม่เชื่อฟังคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของ       เจ้าอาวาส เจ้าอาวาสย่อมมีอำนาจตามมาตรา ๓๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ โดยสั่งพระภิกษุรูปดังกล่าวให้ออกไปเสียจากวัดได้

 
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายธานี พิกุลทอง
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้50
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้111
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้161
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว721
mod_vvisit_counterเดือนนี้1909
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3105
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด483689

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-11-19 11:32
ราคาน้ำมัน