วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document
Home

บทบาทเจ้าอาวาสในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมาย

                                                                                      นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                      นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                      สถาบันพระสังฆาธิการ

          เจ้าอาวาสนอกจากการเป็นผู้แทนวัดซึ่งเป็นนิติบุคคล อีกฐานะหนึ่งยังเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา คำว่า “เจ้าพนักงาน” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายความว่า บุคคลผู้ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการ ไม่ว่าเป็นประจำหรือชั่วคราว และหมายความรวมถึงบุคคลผู้ทำหน้าที่ช่วยราชการ ซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นเจ้าพนักงานเฉพาะคดีด้วย ซึ่งผู้อ่านคงหมายความได้ถึงข้าราชการทั่วไป เช่น ตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา ทหาร นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นต้น และมีคำพิพากษาศาลฏีกา ๑๗๘๗ / ๒๕๒๔ ให้คำจำกัดความว่า “เจ้าพนักงาน” หมายถึงบุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมายกล่าวคือ ในการแต่งตั้งนั้นมีกฎหมายระบุวิธีการแต่งตั้งไว้และได้มีการแต่งตั้งถูกต้องตามกฎหมายที่ระบุไว้ ซึ่งให้ความหมายครอบคลุมกว้างขึ้น คือบุคคลไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการก็เป็น เจ้าพนักงานได้ ซึ่งมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๕ให้ถือว่าพระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์และไวยาวัจกรเป็นเจ้าพนักงานในประมวลกฎหมายอาญา เมื่อดูในกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๔๑ ) ข้อ ๔ กำหนดให้พระสังฆาธิการ หมายถึง พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ ดังต่อไปนี้เจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล  รองเจ้าคณะตำบล  เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส)  ข้อ ๖ และข้อ ๒๖ ระบุคุณสมบัติเจ้าอาวาสว่าต้องมีพรรษาพ้น ๕ และเป็นผู้ทรงเกียติคุณเป็นที่เคารพนับถือของบรรพชิตและคฤหัสถ์ในท้องถิ่นนั้น  ข้อ ๒๗ ระบุวิธีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสนอกจากพระอารามหลวงและเสนอตามลำดับชั้นแล้วเจ้าคณะจังหวัดพิจารณาแต่งตั้ง ดังนั้นเจ้าอาวาสจึงเป็นเจ้าพนักงานในประมวลกฎหมายอาญาอีกฐานะหนึ่ง เนื่องจากกฎหมายระบุไว้และกฎมหาเถรสมาคมยังระบุวิธีการแต่งตั้งไว้และได้มีการแต่งตั้งถูกต้องตามกฎหมาย

          ตามมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๕ เหตุที่กฎหมายบัญญัติให้เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานนั้นเห็นว่า เจ้าอาวาสเป็นผู้มีส่วนสำคัญของความเจริญหรือความเสื่อมของพระพุทธศาสนา เพราะอยู่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน และต้องปกครองดูแลพระภิกษุสามเณร หากพระภิกษุสามเณร ประพฤติดี ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัยแล้วไซร์ย่อมจะส่งผลให้พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรือง กฎหมายจึงบัญญัติหน้าที่และอำนาจของเจ้าอาวาสไว้ตั้งแต่พระราชบัญญัติลักษณะปกครองสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ สมัยรัชกาลที่ ๕ จนถึงพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๕ฉบับปัจจุบัน เพื่อควบคุมดูแลมิให้เจ้าอาวาสกระทำการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ อีกทั้งยังให้พระภิกษุสามเณรภายในวัด รวมทั้งคฤหัสถ์ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง  ที่ชอบด้วยกฎหมายและพระธรรมวินัย ของเจ้าอาวาสด้วย หากฝ่าฝืนหรือเพิกเฉยแล้วเจ้าอาวาสย่อมมีอำนาจที่จะลงโทษ หรือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ดังนั้นเมื่อกฎหมายกำหนดให้เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ก็มีผลเกิดขึ้น ๒ ประการคือ

๑.ให้นำความผิดต่อเจ้าพนักงาน มาตรา ๑๓๖ – ๑๔๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา เท่าที่จะใช้ได้แก่บุคคลที่กระทำต่อเจ้าพนักงาน เช่น ดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามมาตรา ๑๓๖ แจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตามมาตรา ๑๓๗ ข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่ เป็นต้น และมาตรา ๓๖๘ ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร

๒.ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการมาบังคับใช้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗-๑๖๖ เท่าที่จะใช้ได้ เช่น เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบตามมาตรา ๑๔๘ เจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา ๑๕๗ เป็นต้น

ต่อไปนี้เป็นคำพิพากษาศาลฏีกา ซึ่งเคยวินิจฉัยในความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าอาวาสดังนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๐๔/๒๕๑๗ พระภิกษุจำเลยไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส เวลาไปไหนไม่ลาเจ้าอาวาส นำบุคคลภายนอกและพระภิกษุวัดอื่นมาพำนักในกุฏิจำเลยโดยไม่บอกเจ้าอาวาส ไม่ปฏิบัติกิจ   ทางสงฆ์ตามที่เจ้าอาวาสบอก เจ้าอาวาสจึงออกคำสั่งให้จำเลยออกไปจากวัดภายใน ๕ วัน จำเลยทราบแล้ว ครบกำหนดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร จำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้โดยไม่มีเหตุผลหรือข้อแก้ตัวอันสมควร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๔๙๙/๒๕๓๙ คณะสงฆ์ผู้พิจารณาชั้นต้นมีคำวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดล่วงละเมิดพระธรรมวินัยให้จำเลยสึกจากการเป็นพระภิกษุ จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำวินิจฉัยดังกล่าวต่อคณะสงฆ์ การยื่นอุทธรณ์จะกระทำโดยชอบหรือไม่ ก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยซึ่งได้สึกจากการเป็นพระภิกษุไปแล้ว กลับมาเป็นพระภิกษุใหม่อีก การที่จำเลยแต่งกายเป็นพระภิกษุเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นพระภิกษุ และไม่ยอมออกจากวัดตามคำสั่งของเจ้าอาวาสดังกล่าว จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๐๘,๓๖๘ วรรคแรก พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๓๘(๑) , ๔๕

 
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายธานี พิกุลทอง
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้53
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้111
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้164
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว721
mod_vvisit_counterเดือนนี้1912
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3105
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด483692

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-11-19 12:14
ราคาน้ำมัน