วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document
Home

เรื่อง อำนาจจัดการมรดกของพระภิกษุผู้มรณภาพโดยเจ้าอาวาส

                                                                                      นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                      นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                      สถาบันพระสังฆาธิการ
              พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๓๗ (๑) บัญญัติให้เจ้าอาวาสมีหน้าที่จัดกิจการและ   ศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี และโดยที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๒๓ บัญญัติว่า ทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศนั้น เมื่อพระภิกษุนั้นถึงแก่มรณภาพ ให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นจะได้จำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม ดังนั้นวัดในฐานะนิติบุคคล โดยเจ้าอาวาสซึ่งเป็นผู้แทนของวัด จึงมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลโดยอาจมอบอำนาจให้ไวยาวัจกร เป็นผู้ฟ้องคดีได้หากทราบว่าพระภิกษุผู้มรณภาพมีทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างเวลาที่บวชอยู่และไม่ได้จำหน่ายไปนำระหว่างที่มีชีวิตหรือโดยพินัยกรรม  เพื่อให้ทรัพย์สินของพระภิกษุผู้มรณภาพตกเป็นสมบัติของวัดต่อไป ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๐๗/๒๕๓๙ โดยวัดทุ่งครุใน โดยนาย ป.  ไวยาวัจกร เป็นผู้ร้องคัดค้าน นาย ช.  ผู้จัดการมรดก พระครู ส. ผู้มรณภาพ ต่อศาลว่า นาย ช.  ในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำการให้เป็นที่เสียหายแก่วัด(ผู้ร้องคัดค้าน) โดยเบียดบัง และยักย้ายที่ดิน โฉนด เลขที่ ๙๕๘ ซึ่งตามกฎหมายแล้วต้องตกเป็นทรัพย์มรดกแก่วัด ทั้งยังไม่ได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน ๑๕ วัน ซึ่งทำให้ นาย ช. ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้มรณภาพอีกต่อไป ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนนาย ช. ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้มรณภาพ และแต่งตั้งนาย ป.  เป็นผู้จัดการมรดกของผู้มรณภาพแทน นาย ช. ผู้ถูกคัดค้านยื่นคำร้องว่า นาย ป  ไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนวัด และผู้ถูกคัดค้านมิได้กระทำการเบียดบัง      ยักย้ายทรัพย์มรดกของผู้มรภาพเพื่อตนเอง แต่กระทำการแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๕๘ และโอนที่ดินที่แบ่งแยกแล้วให้ผู้อื่นตามเจตนารมณ์ของผู้มรณภาพ และที่จัดการมรดกล่าช้าเพราะต้นฉบับโฉนดอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น และที่ไม่ได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกผู้มรณภาพเพราะไม่ทราบว่ากฎหมายกำหนดหน้าที่ดังกล่าว ไว้ ขอให้ยกคำร้อง
         ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้นาย ช. เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม แบบเอกสารฝ่ายเมือง ของพระครู ส. ผู้มรณภาพ โดยให้จัดการเฉพาะทรัพย์มรดกตามพินัยกรรม คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๕๗ เท่านั้น และมีคำสั่งให้นาย ป.  เป็นผู้จัดการมรดกของพระครู ส. ผู้มรณภาพอีกคนหนึ่ง โดยให้จัดการทรัพย์มรดกอื่นของ  ผู้มรณภาพ นอกเหนือจากโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๕๗
         ผู้ถูกร้องคัดค้านยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้น
         ผู้ถูกร้องคัดค้านยื่นฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ระบุว่า ไวยาวัจกร หมายถึง คฤหัสถ์ผู้ได้รับแต่งตั้งและจะมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดได้ตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ ไวยาวัจกร ผู้ได้รับแต่งตั้งก่อนวันใช้กฎมหาเถรสมาคมนี้ให้ถือว่าเป็นไวยาวัจกรตามกฎมหาเถรสมาคมต่อไป เมื่อนาย ป. ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าอาวาสวัดผู้ร้องคัดค้านให้เป็นไวยาวัจกรเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๓๖ โดยอาศัยอำนาจตามกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๘ จึงถือว่าเป็นไวยาวัจกรอยู่ย่อมมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดได้ตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ แม้ตามคำร้องคัดค้านระบุยืนยันว่า นาย ป. มีอำนาจเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของผู้คัดค้านโดยมิได้แนบหนังสือมอบหมายของเจ้าอาวาสก็ตามแต่ก่อนสืบพยานผู้คัดค้าน   ก็ได้แถลงขอส่งหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ก่อนวันยื่นคำร้องคัดค้านซึ่งมีเจ้าอาวาสวัดผู้คัดค้านลงนามและใน ชั้นสืบพยานเจ้าอาวาสก็มาเบิกความยืนยันรับรองหนังสือมอบอำนาจจึงฟังได้ว่าเจ้าอาวาสได้มอบหมายเป็นหนังสือให้  นาย ป. ไวยาวัจกรมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของผู้คัดค้านก่อนยื่นคำร้องคดีนี้ ที่ดินเป็นมรดกของพระครู ส. ตกได้วัด ผู้คัดค้านจึงเป็นทรัพย์สินของผู้คัดค้าน การดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของวัดเป็นการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่งของนาย ป. ย่อมมีอำนาจจัดการจึงมีสิทธิแต่งตั้งทนายความเพื่อดำเนินคดีได้ คำร้องที่ทนายความซึ่งนาย ป. แต่งตั้งและได้ยื่นต่อศาลจึงสมบูรณ์
           พิพากษายืน
           คำพิพากษาฎีกานี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีที่ยกขึ้นมาเพื่อให้เจ้าอาวาสซึ่งมีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินและผลประโยชน์ของวัดได้ศึกษา แม้ว่าพระภิกษุผู้มรณภาพไปแล้วจะได้ทำพินัยกรรมสำหรับเผื่อตายไว้แล้ว แต่หากพบว่ายังมีทรัพย์มรดกอื่นที่ได้มาระหว่างอยู่ในสมณเพศแล้วและยังไม่ได้จำหน่ายไปก็ย่อมที่จะตกเป็นสมบัติของวัดตามที่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย ก็ขอให้ท่านเจ้าอาวาสได้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่และศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้รอบด้านเพื่อรักษาผลประโยชน์ของวัดมิให้ผู้ใดมาฉกฉวยไป.

 
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายธานี พิกุลทอง
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้50
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้111
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้161
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว721
mod_vvisit_counterเดือนนี้1909
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3105
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด483689

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-11-19 11:38
ราคาน้ำมัน