วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
ข่าวสถาบัน
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document
Home

เรื่อง พระภิกษุถูกตำรวจจับ

                                                                                      นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                      นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                      สถาบันพระสังฆาธิการ

                   เมื่อพระภิกษุถูกตำรวจจับเพราะได้กระทำความผิดอาญานั้น พนักงานสอบสวนจะดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศก่อน โดยนำตัวไปให้เจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะปกครองในพื้นที่ดำเนินการสึกให้ เพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป แต่หากเจ้าคณะปกครองไม่ดำเนินการสึกให้ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างไร ดูคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๗๘/๒๕๔๓ นายสุดใจ จำเลยในคดีนี้เดิมเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ในการดำเนินคดีแก่จำเลยพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราวและดำเนินการให้จำเลยแต่งกายเป็นฆราวาส ต่อมาจำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวนเมื่อจำเลยพ้นจากการคุมขังแล้ว จำเลยได้แต่งกายเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ถูกตำรวจดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๘ ข้อหาแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ พนักงานอัยการส่งฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๘ จำคุก ๑ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์  โจทก์ฎีกา ศาลฏีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาในชั้นว่าจำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่าเมื่อพนักงานสอบสวนดำเนินการให้จำเลยเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นฆราวาสก็ถือว่าพนักงานสอบสวนดำเนินการให้จำเลยสละสมณเพศแล้ว จำเลยย่อมขาดจากการเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา การที่จำเลยแต่งกายเป็นพระภิกษุจำเลยย่อมมีความผิด ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๒๙ การสละสมณเพศเพราะถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา มีได้ใน ๓ กรณี คือ เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราวและเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม พนักงานสอบสวนมีอำนาจดำเนินการให้สละสมณเพศได้กรณีหนึ่ง หรือเมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราวและไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้สละสมณเพศได้กรณีหนึ่ง หรือเมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราวและพระภิกษุรูปนั้นมิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่งหรือเป็นพระจรจัด พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้สละสมณเพศได้อีกกรณีหนึ่ง สำหรับกรณีของจำเลยคงได้ความจากพยานโจทก์ว่า จำเลยสละสมณเพศโดยพนมมือต่อหน้าพระพุทธรูปซึ่งอยู่บนสถานีตำรวจอำเภอเสนาและกล่าวคำว่า “ข้าพเจ้าขอลาสึกก่อน”และพันตำรวจตรีชำนาญ โตวงษ์ บอกอีกว่าจำเลยถอดสบงจีวรเอง และเจ้าพนักงานตำรวจได้นำเสื้อยือคอกลมและกางเกงมาให้ใส่แทน ดังนี้ การดำเนินการให้จำเลยสละสมณเพศของเจ้าพนักงานตำรวจเป็นการดำเนินการโดยมิได้มีพระภิกษุผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาของจำเลยร่วมรู้เห็นด้วยส่วนเหตุที่เจ้าพนักงานตำรวจต้องดำเนินการให้จำเลยสละสมณเพศโดยลำพังนั้นได้ความจากพันตำรวจโทปรีชา ยืนยง พนักงานสอบสวนว่าหลังจากจับกุมจำเลยในข้อหามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมายแล้ว ได้พาจำเลยไปที่วัดเพื่อให้จำเลยสึก แต่จำเลยไม่ยอมสึก และเจ้าอาวาสก็ไม่ยอมสึกให้จึงพาจำเลยกลับไปที่สถานีตำรวจและจัดให้จำเลยลาสิกขาต่อหน้าพระพุทธรูปที่อยู่บนสถานีตรวจ เห็นได้ว่า จากพฤติการณ์ดังกล่าวจำเลยย่อมเข้าใจได้ว่าจำเลยยังไม่ขาดจากความเป็นพระภิกษุเนื่องจากจำเลยไม่สมัครใจลาสิกขาบทและการดำเนินการให้จำเลยสละสมณเพศกระทำโดยพลการของ      เจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยจึงไม่มีเจตนากระทำความผิดที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น  

          พิพากษายืน

                คดีนี้มีข้อน่าสนใจที่ว่า การที่จำเลยได้พนมมือต่อหน้าพระพุทธรูป แล้วกล่าวคำว่า “ข้าพเจ้าขอลาสึกก่อน”พร้อมทั้งยินยอมเปลื้องสบงจีวรออก แล้วใส่เสื้อผ้าที่ตำรวจจัดหาให้นั้น ต่อหน้าเจ้าพนักงานตำรวจ เห็นได้ว่าจำเลยได้สละสมณเพศไปแล้ว แต่ที่ศาลพิพากษายกฟ้องด้วยเห็นว่าจำเลยไม่มีเจตนาเนื่องจากเข้าใจว่ายังอยู่ในเพศบรรพชิต จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๐๘ จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษฐานแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ศาลฏีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์คือยกฟ้องโจกท์ เพราะเห็นว่าการให้จำเลยสละสมณเพศกระทำโดยพลการของเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยจึงไม่มีเจตนากระทำความผิด ที่นี้หากพระภิกษุที่ถูกจับไม่ยอมเปล่งวาจาลาสิกขาเพราะเชื่อว่าตนไม่ได้กระทำสิ่งใดผิด พนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างไรก็จะได้ค้นคว้ามาบอกกล่าวกันต่อไป

 
ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ


พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายพิศาฬเมธ แช่มโสภา
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้20
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้106
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้436
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว664
mod_vvisit_counterเดือนนี้1984
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3177
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด477454

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-09-20 06:33
ราคาน้ำมัน