วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
ข่าวสถาบัน
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document
Home

ทรัพย์สินมรดกของพระภิกษุ

                                                                                     นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                     นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                     สถาบันพระสังฆาธิการ

                ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๒๓ บัญญัติว่าทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศนั้น เมื่อพระภิกษุนั้นถึงแก่มรณภาพ ให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นจะได้จำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม ซึ่งตามปกตินั้นทรัพย์สินของผู้ตายทายาทมีสิทธิรับมรดกเว้นแต่ผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้บุคคลอื่น แต่มาตรา ๑๖๒๓ นี้ยกเว้นเรื่องทรัพย์สินของพระภิกษุซึ่งมรณภาพ ดังนั้นเมื่อพระภิกษุมรณภาพแล้วมีทรัพย์สินซึ่งได้มาในระหว่างที่บวชและยังไม่ได้จำหน่ายจ่ายโอน ยกให้แก่ผู้ใด หรือทำพินัยกรรมไว้ก็จะตกเป็นของวัด ซึ่งเจ้าอาวาสในฐานะผู้แทนนิติบุคคลคือวัด มีหน้าที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของวัดและพระศาสนา หากมีทายาทมาอ้างสิทธิเหนือทรัพย์สิน เจ้าอาวาสก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๗๑๒ /๒๕๒๖ วัดซับสมอทอดฯ เป็นโจทก์ ฟ้องนาง ร. เป็นจำเลย ต่อศาลยุติธรรมให้ที่ดินของพระภิกษุฮู้ ผู้มรณภาพ ตกเป็นของวัดโจทก์  ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า “ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า พระภิกษุฮู้เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) เลขที่ ๕๗ โดยนายผัน นิตยพันธ์ จดทะเบียนให้ ณ ที่ว่าการอำเภอหนองไผ่เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๑๘ พระภิกษุฮู้ถึงแก่มรณภาพที่วัดโจทก์ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๙ จำเลยเป็นพี่สาวของพระภิกษุฮู้ อาศัยอยู่ในห้องแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทดังกล่าว คดีมีประเด็นข้อวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ดินพิพาทเป็นมรดกตกทองแก่วัดโจทก์หรือพระภิกษุฮู้ยกที่ดินให้แก่จำเลย ก่อนมรณภาพ และห้องแถวในที่ดินพิพาทดังกล่าวพระภิกษุฮู้ปลูกสร้างหรือจำเลยรื้อเรือนเก่ามาปลูก

          ที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเป็นมรดกตกทอดแก่วัดโจทก์ เพราะพระภิกษุฮู้ไม่ได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยนั้น ในข้อนี้ฝ่ายโจทก์นำสืบว่า พระภิกษุฮู้ยังไม่ได้จดทะเบียน ยกที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ใด ฝ่ายจำเลยคงมีตัวจำเลย นาย พ. และนาย บ. มาเบิกความว่าพระภิกษุฮู้ยกที่ดินพิพาทให้โดยมาชี้บอกอาณาเขตให้ แต่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่าพระภิกษุฮู้ตาบอดทั้งสองข้าง เมื่อนัยตาของพระภิกษุฮู้บอดทั้งสองข้าง พระภิกษุฮู้จะชี้บอกอาณาเขตที่ดินที่ยกให้จำเลยได้อย่างไร ถ้าหากพระภิกษุฮู้ประสงค์จะยกที่ดินพิพาทให้จำเลยจริง พระภิกษุฮู้ก็น่าจะไปจดทะเบียนให้จำเลย ณ ที่ว่าการอำเภอเช่นเดียวกับที่นายผัน จดทะเบียนให้ที่ดินแก่พระภิกษุฮู้ อนึ่ง พระอธิการแดง เจ้าอาวาสวัดโจทก์ เบิกความว่าหลังจากพระภิกษุฮู้มรณภาพแล้ว จำเลยได้มา

พูดขออาศัยอยู่ พระอธิการแดงก็อนุญาต นอกจากนั้นที่จำเลยอ้างว่าพระภิกษุฮู้มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) ให้ตั้งแต่แรกนั้นจำเลยก็ไม่ได้นำส่งเป็นพยานต่อศาลแต่อย่างใด ข้อที่จำเลยอ้างว่าพระภิกษุฮู้ยกที่ดินพิพาท ให้ก่อนมรณภาพจึงไม่น่าเชื่อถือ ข้อเท็จจริงฟ้งได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินของพระภิกษุฮู้ ได้มาระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศ และมิได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย เมื่อพระภิกษุฮู้ถึงแก่มรณภาพ ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสมบัติของวัดโจทก์ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุฮู้นั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๓ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟ้งขึ้น....

          พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓)  เลขที่ ๕๗ ตำบลซับสมอทอด อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นของวัดโจทก์ ส่วนบ้านหรือห้องแถว ๒ ห้องเป็นของจำเลย ให้จำเลยรื้อบ้านหรือห้องแถว สิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ออกจากที่ดินโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินโจทก์ ”

          คดีนี้วัดแพ้ในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ แต่ในชั้นฏีกาศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นบางส่วนคือให้ที่ดินพิพาทตกเป็นของวัดโจทก์ แต่ตัวบ้านหรือห้องแถวให้จำเลยรื้อออก ซึ่งวัดโจทก์ชนะคดีก็โดยอาศัยข้อเท็จจริงดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ สรุป กรณีที่พระภิกษุในปกครองมรณภาพและมีทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บัญชีเงินฝากในธนาคาร พันธบัตรรัฐบาล  รถยนต์ หรือของมีค่าอย่างอื่นเช่นเพระเครื่อง พระบูชา ซึ่งได้มาในระหว่างที่ยังบวชอยู่หากยังมิได้จดทะเบียนยกให้ผู้ใด เจ้าอาวาสต้องรักษาผลประโยชน์ของวัดโดยการไปรับโอนที่ดินมาเป็นของวัดต่อสำนักงานที่ดิน หรือยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้วัดมีอำนาจจัดการมรดกของพระภิกษุที่มรณภาพต่อไป

 
ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ


พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายพิศาฬเมธ แช่มโสภา
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้51
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้103
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้257
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว664
mod_vvisit_counterเดือนนี้1805
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3177
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด477275

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-09-18 12:24
ราคาน้ำมัน