โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
การพัฒนาสถาบันพระสังฆาธิการ
ข่าวสถาบัน
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document

โครงการถวายความรู้ประจำปี 2562



ดาวน์โหลดใบจอบรับ และ แผนที่ตั้งสถาบันพระสังฆาธิการ

- แผนที่การเดินทางมาสถาบันพระสังฆาธิการ

Home

อายุความ สำคัญไฉน?

                                                                                         นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                         นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                         สถาบันพระสังฆาธิการ

          อายุความ คือ ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดสิทธิให้ใช้สิทธิเรียกร้อง สิทธิฟ้อง หรือสิทธิร้องทุกข์ หากปล่อยเนิ่นนานไปจนล่วงระยะเวลาดังกล่าวแล้ว สิทธิเช่นว่านั้นจะเป็นอันยกขึ้นอ้างอีกไม่ได้ ซึ่งเรียกว่า “การขาดอายุความ ” เช่นสิทธิเรียกร้องขาดอายุความ คดีขาดอายุความ หนี้ขาดอายุความเป็นต้น สำหรับในคดีอาญา ในกรณีความผิดอันยอมความได้ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๖ กำหนดระยะเวลาที่ถือเป็นการขาดอายุความไว้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ ดังคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๗๗/๒๕๕๔ คดีนี้วัดเป็นผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นาย ต. คือจำเลย กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ คือ ครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา ๓๕๔ ซึ่งบัญญัติว่า ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๕๒ หรือมาตรา ๓๕๓ ได้กระทำในฐานที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาล หรือตามพินัยกรรม...ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตาม ปอ.มาตรา ๓๕๒ , ๓๕๔ เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฟ้องต่อศาลภายในสามเดือนนับแต่ทราบความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด แต่วัดในฐานะผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษนาย ต. เกินสามเดือน ผลที่เกิดคือศาลฎีกายกฟ้องจำเลย เหตุเพราะขาดอายุความแล้ว ดังรายละเอียดต่อไปนี้

          คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษนาย ต. เป็นจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๔ ให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๔๙๖,๑๖๖ บาท แก่วัดซำรังผู้เสียหาย

          จำเลยให้การปฏิเสธ

          ระหว่างพิจารณา วัดซำรัง ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๔ ประกอบ มาตรา ๓๕๒ ลงโทษจำคุกมีกำหนด ๓ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและเบิกความรับข้อเท็จจริงบางส่วนในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา สมควรลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจำคุกมีกำหนด ๒ ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๔๙๖,๑๖๖ บาท แก่โจทก์ร่วม

          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๔ เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ร่วมต้องร้องทุกข์ภายใน ๓ เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๖ พยานโจทก์ เบิกความทำนองเดียวกันว่า โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนายจันทร์ เป็นผู้จัดการมรดกของพระครูอ่อนสาผู้ตาย เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งแล้วย่อมถือว่านายจันทร์เป็นตัวแทนของทายาททั้งหมด มีหน้าที่ในการรวบรวมทรัพย์มรดก ทั้งดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาต่อผู้ที่กระทำความเสียหายแต่กองมรดกด้วย ดังนั้นเมื่อนายจันทร์นำคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกไปดำเนินการที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาวังทอง เพื่อขอรับเงินในบัญชีของพระครูอ่อนสา แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า จำเลยนำคำสั่งศาลแต่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกมารับเงินในบัญชีนายอ่อนสาไปแล้ว ย่อมถือว่านายจันทร์รู้เรื่องผู้กระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว แม้พยานโจทก์ทั้งหมดไม่ได้เบิกความยืนยันเกี่ยวกับวันเวลาที่ไปดำเนินการกับธนาคาร เห็นว่า คดีร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อนและไม่มีข้อยุ่งยากเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คู่ความจึงสามารถคัดถ่ายสำเนาคำสั่งศาลได้ในวันที่มีคำสั่งทันที จึงเป็นไปได้ที่นายจันทร์ได้รับคำสั่งศาลในวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๓ แล้วไปดำเนินการกับธนาคารทันที แต่อย่างไรก็ดีหากนายจันทร์ได้รับคำสั่งศาลในวันที่ ๕ กันยายน  ๒๕๔๓ ดังที่โจทก์ฎีกา ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ จะถือเป็นวันหยุดราชการ แต่การร้องทุกข์สามารถกระทำได้ทุกวัน คดีนี้โจทก์ร่วมร้องทุกข์วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๓ จึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฏีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

          พิพากษายืน

          จึงเป็นอุทธาหรณ์สำหรับเจ้าอาวาส ซึ่งตามปกติทรัพย์ที่พระภิกษุได้มาในระหว่างที่บวช ถ้ายังมิได้จำหน่ายหรือยกให้ใคร หรือทำพินัยกรรมไว้ ก็ย่อมตกเป็นของวัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๒๓ ดังนั้นหากมีลูกศิษย์หรือคนใกล้ชิดยักยอกทรัพย์ไปจึงเป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาสที่ต้องดำเนินคดีกับบุคคลที่ยักยอกเอาไปและก่อให้เกิดความเสียหายกับวัด แต่หากไม่ได้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้นอาจจะแพ้คดีดังคดีที่ยกมา.

 
ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ


พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายพิศาฬเมธ แช่มโสภา
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้84
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้102
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้383
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว663
mod_vvisit_counterเดือนนี้2598
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3086
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด468878

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-06-27 20:02
ราคาน้ำมัน