วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
ข่าวสถาบัน
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document
Home

การก่อความวุ่นวายภายในวัด

                                                                                                 นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                                 นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                                 สถาบันพระสังฆาธิการ

          วัดนั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางของชุมชนนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พระสงฆ์จึงดำรงสถานะเป็นผู้นำด้านจิตใจของคนในชุมชนเป็นที่เคารพนับถือ วัดจึงมีการจัดกิจกรรมทั้งงานบุญงานกุศลไม่ว่าจะของวัดหรือของพุทธศาสนิกชนเอง แต่ก็นั้นเองเมื่อมีคนมาประชุมกันอยู่เป็นจำนวนมากก็มักจะมีเรื่องมีราวกระทบกระทั่งกันอยู่เป็นประจำ ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๐๐/๒๕๑๖ คดีนี้พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีเป็นโจทก์ฟ้องนายพุด เป็นจำเลยว่า จำเลยได้ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยใช้ปืนจ้องปากกระบอกตรงไปที่พระมหาวิบูลย์ในที่ประชุม  ศาสนิกชน เวลาประชาชนกระทำพิธีกรรมทำบุญสวดมนต์ฉลองกระดูกผู้ตายตามพระพุทธศาสนา และจำเลยยังได้พกพาอาวุธปืนสั้น ๑ กระบอกไปในที่ชุมชนดังกล่าว โดยไม่มีเหตุอันควร ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗ ,๓๗๑ และสั่งริบอาวุธปืนของกลาง

          จำเลยให้การปฏิเสธ

          ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๐๗ , ๓๗๘ ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ในชั้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาจำเลยว่าจำเลยเสพสุราเป็นเหตุให้ตนเมาประพฤติวุ่นวายครองสติไม่ได้ในที่สาธารณะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๘ พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดฐานนี้แล้ว สิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗ ฐานก่อให้เกิดความวุ่นวายในที่ประชุม      ศาสนิกชน ซึ่งเป็นกรรมเดียวกันนั้นเป็นอันระงับไปแต่จำเลยยังมีความผิดในข้อหาฐานพาอาวุธปืนไปในที่ชุมนุมชนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งเป็นความผิดต่างกรรมกันพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๑ ลงโทษปรับ ๑๐๐ บาท ข้อหาอื่นให้ยก ส่วนอาวุธปืนของกลางเป็นปืนมีทะเบียนยังไม่เห็นสมควรให้ริบ

          โจทก์ จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนแต่มีความเห็นแย้ง

          โจทก์ฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยในกรณีนี้เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท คือ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๐๗ ฐานก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในที่ประชุมศาสนิกชน      บทหนึ่งกับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๘ ฐานเสพสุราเมาประพฤติตนวุ่นวายครองสติไม่ได้ในสาธารณะสถานอีกบทหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ ให้ใช้กฎหมายบทหนักที่สุดลงโทษ จึงต้องลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗ ซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลย แม้จะเปรียบเทียบปรับไปแล้วตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๘ ก็เป็นการไม่ชอบ และผิดความมุ่งหมายของกฎหมายคดียังไม่เลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๗ โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยในความผิดตามมาตรา ๒๐๗ ได้

          สำหรับข้อหาตามมาตรา ๒๐๗ ฟังได้ว่า คืนเกิดเหตุนางสาวถนอมนิมนต์พระมาสวดมนต์ทำบุญฉลองกระดูกนางผ่อง โดยมีพรรคพวกของนางสาวถนอมอีกหลายคนชุมนุมกันกระทำพิธีตามพุทธศาสนา จำเลยได้ขึ้นมาบนหอสวดมนต์ในลักษณะมึนเมาสุรา ส่งเสียงเอะอะอื้อฉาว ซึ่งยังกล่าวว่า พระนี่ยุ่งจริง พระไม่มีความหมาย แล้วจำเลยนั่งลง ใช้มือตบกระดานดังๆ ๗-๘ ครั้ง และชักปืนพกสั้นออกจากเอวมาถือไว้ หันปากกระบอกปืนมาทางพระมหาวิบูลย์ แล้วปืนตกลงยังพื้นหอสวดมนต์ ได้มีคนเข้ามาเก็บเอาปืนพาจำเลยลงไปจากหอสวดมนต์การกระทำดังกล่าวประกอบกัน ถึงแม้ผู้ที่ชุมนุมกันจะไม่มีปฏิกิริยาวุ่นวายขึ้นก็ตามก็ยังถือได้ว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗

          พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ในกระทงความผิดเรื่องประพฤติตนวุ่นวายนั้น จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗ อีกบทหนึ่งด้วย ให้ปรับจำเลยตามมาตรา ๒๐๗ อันเป็นบทหนักสุดและกระทงหนักที่สุด เป็นเงิน ๔๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

          ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๐๗ บัญญัติว่า ผู้ใดก่อให้เกิดความวุ่นวายในที่ประชุมศาสนิกชน เวลาประชุมกัน นมัสการ หรือกระทำพิธีกรรมตามศาสนาใดๆ  โดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เห็นได้ว่าคดีนี้ศาลเมตตาจำเลยมากโดยไม่ลงโทษจำคุกเพียงแต่ลงโทษปรับเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นจำเลยชักอาวุธปืนขึ้นมาเล็งไปที่พระมหาวิบูลย์ ในภาวะที่ตนเองเมาสุรา ครองสติไม่ได้ท่ามกลางพิธีซึ่งมีประชาชนนั่งอยู่เป็นจำนวนมากโดยไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายต่อชีวิตและร่างกายผู้อื่นโดยเฉพาะพระสงฆ์เลย คดีดังกล่าวก็พอเป็นแนวทางให้พระสังฆาธิการในการควบคุมจัดการภายในวัดได้หากมีเหตุการวุ่นวายขึ้นก็ต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาดำเนินการกับผู้ที่ก่อความวุ่นวายต่อไป

 
ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ


พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายพิศาฬเมธ แช่มโสภา
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้53
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้103
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้259
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว664
mod_vvisit_counterเดือนนี้1807
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3177
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด477277

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-09-18 12:41
ราคาน้ำมัน