โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
การพัฒนาสถาบันพระสังฆาธิการ
ข่าวสถาบัน
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document

โครงการถวายความรู้ประจำปี 2562



ดาวน์โหลดใบจอบรับ และ แผนที่ตั้งสถาบันพระสังฆาธิการ

- แผนที่การเดินทางมาสถาบันพระสังฆาธิการ

Home

เรื่อง สัญญาก่อสร้างอุโบสถ

                                                                                              โดย นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                               นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                      สถาบันพระสังฆาธิการ

                มีรายงานข่าวจากเว็ปไซต์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ ว่าชาวบ้านร้องวัดไม่ยอมให้สร้างโบสถ์ ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านแจงสัญญาก่อสร้างไม่น่าเชื่อถือ เรื่องมีอยู่ว่า นาง ส. และ น.ส. ก. นามสมมติ พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนหนึ่งเข้าร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวว่าถูกชาวบ้านหมู่บ้านเดียวกันอีกกลุ่มหนึ่ง ขัดขวางการก่อสร้างอุโบสถวัดบ้านทุ่ม ที่ได้ผ่านการประชาคมหมู่บ้านตามขั้นตอนอย่างถูกต้องแล้ว และได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์แล้ว ต่อมาได้ถูกกลุ่มคนในหมู่บ้านคัดค้านให้ยุติการก่อสร้าง จึงก่อให้เกิดความแตกแยกเป็น ๒ ฝ่ายขึ้นภายในชุมชน

          ซึ่งเรื่องนี้ผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่า ได้ทำประชาคมหมู่บ้านเรื่องขอสร้างอุโบสถวัดบ้านทุ่มจริง และที่ประชุมก็ได้มีมติให้ก่อสร้างได้ แต่หลังจากวางศิลาฤกษ์แล้ว น.ส. ก. ได้นำหนังสือสัญญาจ้างของผู้รับเหมาก่อสร้างของบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ เข้ามาขอเบิกเงินจากคณะกรรมการ ๓๐ % ของราคาก่อสร้าง อีกทั้งหนังสือสัญญาจ้างก็ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเป็นการกระทำเพียงฝ่ายเดียว และไม่มีแบบแปลนพิมพ์เขียวมาให้ชาวบ้านดู จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการและชาวบ้านลงมติให้ยุติการก่อสร้างชั่วคราวไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบ

          เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พิพาทกันในเรื่องการก่อสร้างอุโบสถ วัดบ้านทุ่ม ซึ่งโดยปกติก็ต้องมีการทำสัญญากัน ซึ่งเรียกว่าสัญญาจ้างทำของ ซึ่งเป็นสัญญาที่จะต้องมีคู่สัญญาคือ ระหว่างผู้ว่าจ้างฝ่ายหนึ่ง และผู้รับจ้างอีกฝ่ายหนึ่ง โดยผู้มีอำนาจลงนามในสัญญาก็ต้องมีอำนาจตามกฎหมาย ดังนั้นถ้าวัดเป็นผู้ว่าจ้างก่อสร้าง วัดซึ่งเป็นนิติบุคคลมีเจ้าอาวาสเป็นผู้แทน เจ้าอาวาสอาจมอบอำนาจให้ไวยาวัจกรหรือคณะกรรมการวัดลงนามเป็นคู่สัญญา ส่วนบริษัทที่มารับเหมานั้นก็ต้องมีอำนาจลงนามก็ต้องเป็นผู้แทนบริษัทที่มีอำนาจหรือรับมอบอำนาจโดยถูกต้อง นอกจากนั้นก็จะมีการระบุการว่าจ้างให้ทำอะไร ราคาเท่าไร การจ่ายเงิน การตรวจสอบ การตรวจรับงาน แล้วก็จะมีการลงนามโดยคู่สัญญา ซึ่งตามที่ผู้ใหญ่บ้านให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวนั้นก็มีเหตุผลน่ารับฟัง โดยเฉพาะ น.ส. ก. ซึ่งมิใช่เป็นไวยาวัจกรหรือคณะกรรมการวัดหรือผู้ซึ่งเจ้าอาวาสมอบอำนาจให้ทำสัญญาแต่กลับนำสัญญามาขอเบิกเงินจากคณะกรรมการวัด โดยที่สัญญาก่อสร้างเป็นสัญญาฝ่ายเดียวนั้นผู้เขียนก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน จึงเป็นเรื่องที่มีข้อพิรุธควรที่จะได้ทำการตรวจสอบอย่างจริงจัง ซึ่งก็อาจจะมีเจตนาทุจริตฉ้อโกงเงินวัดก็ได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาสและไวยาวัจกรในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาจะต้องตรวจสอบ หากพบความผิดก็ควรที่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 
ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ


พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายพิศาฬเมธ แช่มโสภา
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้83
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้102
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้382
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว663
mod_vvisit_counterเดือนนี้2597
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3086
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด468877

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-06-27 19:55
ราคาน้ำมัน