โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าคณะตำบล รุ่นที่ 23/62
การพัฒนาสถาบันพระสังฆาธิการ
ข่าวสถาบัน
วิสัยทัศน์/พันธกิจ/ยุทธศาสตร์ สถาบันฯ
แผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ
โครงการถวายความรู้ ฯ เจ้าอาวาส รุ่นที่ 42/61
กฎหมายคณะสงฆ์ และมติ มส. ที่คณะสงฆ์ควรทราบ
บทความทางศาสนา
เกร็ดความรู้สำหรับพระสังฆาธิการ
เว็ปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เว็บหน่วยงาน พศ.
Untitled Document

โครงการถวายความรู้ประจำปี 2562



ดาวน์โหลดใบจอบรับ และ แผนที่ตั้งสถาบันพระสังฆาธิการ

- แผนที่การเดินทางมาสถาบันพระสังฆาธิการ

Home

ทรัพย์สินของวัดร้าง

                                                                                        นายอุดมศักดิ์ ชูโตชนะ
                                                                                        นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                                        สถาบันพระสังฆาธิการ

          คำพิพากษาศาลฏีกาที่ ๒๙๕๔/๒๕๒๔ วัดหลวงพ่อแดง เป็นโจทก์ ฟ้องวัดหนองหม้อแกง ต่อศาลว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ประเภทวัดในพระพุทธศาสนา โจทก์เป็นเจ้าของพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยมีชื่อว่า “หลวงพ่อแดง” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปวัดโจทก์มานับร้อยปี เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนในท้องถิ่นตลอดมา จำเลยเป็นวัดในพระพุทธศาสนาและเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๐๑ พระรักษ์และพระสนธิกับพวกได้นำพระพุทธรูปหลวงพ่อแดงไปจากวัดโจทก์โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ใด นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดจำเลย โจทก์และประชาชนได้พยายามคัดค้านห้ามปราม ให้จำเลยส่งคืนตลอดเวลา แต่จำเลยเพิกเฉย ต่อมาโจทก์ได้ร้องเรียนไปยังเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะอำเภอสั่งให้จำเลยคืน โจทก์ร้องเรียนไปยังเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะจังหวัดสั่งให้จำเลยคืน จำเลยอุทธรณ์ไปยังเจ้าคณะภาค เจ้าคณะภาคมีคำสั่งให้จำเลยคืนอีก จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับ

          จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเพราะเป็นเพียงสำนักสงฆ์ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เดิมพระพุทธรูปหลวงพ่อแดงอยู่ในสถาพปรักหักพังตั้งอยู่ในป่า ซึ่งไม่ได้เป็นวัดร้างมาก่อน สถานที่นั้นไม่ปรากกฏอยู่ในทะเบียนวัดร้างของทางราชการ ไม่ปรากฏเจ้าของเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ เจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอท้องที่ได้อนุญาตให้นำพระพุทธรูปไปซ่อมแซมให้สมบูรณ์ตั้งเป็นพระประธานไว้ในโบสถ์วัดจำเลยเป็นส่วนควบของโบสถ์ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกไปได้ นอกจากจะทำลายฐานประตูหน้าต่างและผนังโบสถ์ จำเลยครอบครองพระพุทธรูปดังกล่าวอย่างเป็นเจ้าของเป็นศาสนสมบัติของวัดตลอดมาจนบัดนี้เป็นเวลา ๒๐ ปีแล้ว วัดจำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์เพิ่มได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นสำนักสงฆ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงไม่มีสิทธิย้อนหลังไปเป็นเจ้าของหรือได้กรรมสิทธิ์ในพระพุทธรูปองค์นี้ซึ่งมีอยู่ก่อน ไม่มีอำนาจติดตามเอาคืนจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องโจทก์  โจทก์จึงได้ฏีกาต่อศาลฏีกา

          ศาลฏีกาฟังข้อเท็จจริงว่า พระพุทธรูปหลวงพ่อแด่งเป็นพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย เดิมประดิษฐานอยู่ในป่าบ้านไผ่ขอดอน หมู่ที่ ๑๑ ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พระภิกษุทองอยู่ เจ้าอาวาสวัดไผ่ขอดอนเป็นผู้พบเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๙ องค์เดิมมีสภาพชำรุด จึงได้จัดการซ่อมแซมและได้สร้างหลังคาคลุมองค์พระไว้ หลังจากซ่อมแซมแล้วได้มีชาวบ้านแถบนั้นไปบูชากราบไหว้เป็นประจำ ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๐๑ พระภิกษุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดจำเลยในขณะนั้นได้ร่วมกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้นำองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อแดงจากที่ประดิษฐานเดิมไปยังที่ประดิษฐานใหม่เป็นพระประธานประจำโบสถ์วัดจำเลย ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ทางราชการได้ประกาศยกสถานที่ที่พบและประดิษฐานองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อแดงเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๙ นั้นขึ้นเป็นวัดโดยอ้างว่าสถานที่ตั้งพระพุทธรูปหลวงพ่อแดงนั้นเดิมเป็นวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์ชื่อว่า “วัดหลวงพ่อแดง” ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เจ้าอาวาสวัดโจทก์พร้อมด้วยประชาชนได้ร้องเรียนต่อเจ้าคณะจังหวัดให้จำเลยคืนหลวงพ่อแดง คณะกรรมการสงฆ์มีมติให้จำเลยคืน จำเลยอุทธรณ์ต่อเจ้าคณะภาค เจ้าคณะภาควินิจฉัยยืนตามเจ้าคณะจังหวัด และวัดโจทก์ถึงแม้ว่าจะเป็นวัดซึ่งยกฐานะจากวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระสงฆ์ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการก็ดี แต่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มิได้บัญญัติถึงวัดร้าง ฉะนั้นวัดร้างจึงมิได้เสียสภาพจากการเป็นวัดเพราะยังมิได้มีการยุบเลิกวัดร้าง และยังมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพย์สินที่เป็นของวัดอยู่ โดยให้พนักงานฝ่ายพระราชอาณาจักรเป็นผู้ปกครองรักษาไว้แทน ต่อมาโจทก์ได้รับการยกฐานะจากวัดร้างเป็นวัดมีพระสงฆ์ โจทก์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฏหมายและเป็นผู้สืบสิทธิต่างๆของวัดร้างนั้นมา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีและมีสิทธิติดตามเอาคืนองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อแดงจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๓๖

          พิพากษากลับ ให้วัดจำเลยส่งคืนพระพุทธรูปหลวงพ่อแดงแก่วัดโจทก์

 
ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ


พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ

นายพิศาฬเมธ แช่มโสภา
ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ
E-BOOK (ฉบับถวายพระสังฆาธิการ)


นาฬิกาบอกวันเวลา
พยากรณ์อากาศ
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้81
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้102
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้380
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว663
mod_vvisit_counterเดือนนี้2595
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว3086
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด468875

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 103.55.142.140
,
Now is: 2019-06-27 19:36
ราคาน้ำมัน