ประวัติ/อำนาจหน้าที่สถาบันพระสังฆาธิการ
ประวัติ

              สถาบันพระสังฆาธิการ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 200 ไร่ ด้านทิศตะวันออกเขาถ้ำพระ ณ หมู่ที่ 7 ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นหน่วยงานราชการ ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของสำนักปู่สวรรค์ มูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์ เรียกดินแดนแห่งนี้ว่า “หุบผาสวรรค์” ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงตามคำสั่งของทางราชการ ทรัพย์สินของมูลนิธิฯ ได้ตกเป็นสมบัติของแผ่นดิน และกำหนดบทบาทให้อาณาจักรหุบผาสวรรค์เป็นสถานที่จัดตั้งสถานศึกษาทางพระพุทธศาสนา และพัฒนาคุณภาพบุคลากรทางศาสนา โดยมอบให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการ ซึ่งก็ได้มีการส่งเรื่องให้กรมการศาสนา ในขณะนั้น  นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาและมีมติเห็นชอบตามหลักการ โดยให้เป็นสถานศึกษาของสงฆ์ ในระดับบัณฑิตของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง ให้เป็นสถาบันวิจัยทางพระพุทธศาสนา ให้เป็นสถาบันพัฒนาผู้บริหารของพระสังฆาธิการ และให้เป็นวิทยาลัยวิชาการพระพุทธศาสนา ของกรมการศาสนา
              เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2535 กรมธนารักษ์ได้ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดของหุบผาสวรรค์ให้กรมการศาสนาดำเนินการต่อ มีการเปลี่ยนชื่อสำนักหุบผาสวรรค์ เป็น “สถาบันส่งเสริมและพัฒนาการพระศาสนา” โดยรวมฝ่ายฝึกอบรม กองแผนงาน กับฝ่ายคณะกรรมการศึกษาของสงฆ์ กองศาสนศึกษา เพื่อมาปฏิบัติงานของสถาบันฯ ได้มีการปรับปรุงก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เช่น ปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์ทรงกลม 2 ชั้น จุได้ชั้นละ 500 คนก่อสร้างอาคารหอพัก   4 ชั้น สำหรับผู้เข้ารับการอบรมและปฏิบัติธรรม จำนวน 56 ห้องพัก 24 ห้องน้ำ อาคารฝึกอบรม 4 ชั้น อีกทั้งมีการตกแต่งภายในบริเวณสถาบันฯให้สะอาดร่มรื่น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
          
   ในปีพุทธศักราช 2545 มีการปฏิรูประบบราชการ ส่งผลให้สถาบันส่งเสริมและพัฒนาการพระศาสนา เปลี่ยนไปอยู่ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และได้มีการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น “สถาบันพระสังฆาธิการ” มีฐานะเทียบเท่ากอง ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
          1. จัดทำวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ แผนงานโครงการพัฒนาพระสังฆาธิการ และสถาบันพระสังฆาธิการ
          2.ดำเนินการถวายความรู้ ฝึกอบรม ประชุม สัมมนาพระสังฆาธิการ
          3. ดำเนินถวายความรู้พระสังฆาธิการในรูปแบบอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การจัดหลักสูตรในห้องเรียน
      
   4. ศึกษา วิจัย พัฒนา และจัดทำหลักสูตร ค้นคว้าหาวิธีการพัฒนาพระสังฆาธิการที่เหมาะสมและบังเกิดผลสูงสุด รวมทั้งติดตามประเมินผล การถวายความรู้ ฝึกอบรม การประชุมสัมมนาพระสังฆาธิการ
      
   5. ดำเนินการสร้างเครือข่ายการพัฒนาพระสังฆาธิการ เพื่อประสานความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งบุคลากร และวัสดุอุปกรณ์ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และคณะสงฆ์ทั้งในและต่างประเทศ หรือที่ได้รับมอบหมาย  
          ปัจจุบัน สถาบันพระสังฆาธิการ มีสถานะเป็นกลุ่มงานในสังกัดสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ที่มุ่งหน้าขับเคลื่อนภารกิจ ตามแผนยุทธศาสตร์สถาบันพระสังฆาธิการ (ปี 2559-2563) ให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ต่อไป

                                                  *********************************