เรื่อง วัดกับชุมชน
                                                  (ประเพณีกวนข้าวทิพย์)
                                                                                   

                                                                             นางสาวจินตนา  สว่างพลกรัง
                                                                             นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
                                                                             สถาบันพระสังฆาธิการ

           การกวนข้าวทิพย์ หรือ ข้าวมธุปายาส สันนิษฐานว่าเดิมเป็นประเพณีของศาสนาพราหมณ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเรื่อยมา มีขาดตอนไปบ้างแต่ก็ยังได้รับการฟื้นฟูครั้งใหญ่ในสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ 1 และขาดช่วงไปอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 3 โดยมีการฟื้นฟูครั้งใหญ่พร้อมทั้งเพิ่มพิธีกรรมทางพุทธศาสนาเข้าไปในสมัยรัชกาลที่ 4 

           ข้าวมธุปายาสนั้น คือข้าวสุกหุงด้วยนมโคจืดและน้ำผึ้งที่นางสุชาดาบุตรของเศรษฐีบ้านเสนานิคม ได้ทำไปแก้บนถวายเทวดาประจำต้นไทรที่นางเคยขอคู่ครองและบุตรชายไว้ แต่เมื่อนางไปถึงต้นไทรกลับพบพระมหาบุรุษ ซึ่งเมื่อแรกเห็นนางสำคัญว่าเป็นเทวดาจึงนำข้าวถวาย พระมหาบุรุษจึงได้บอกความจริงแก่นาง ทำให้นางยิ่งเกิดศรัทธาถวายข้าวมธุปายาสทั้งถาดทองคำ เมื่อพระมหาบุรุษ ได้เสวยข้าวมธุปายาสแล้ว ก็นำถาดข้าวลอยน้ำเสี่ยงทายและได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณในคืนนั้น ซึ่งเป็นคืนวันเพ็ญ วิสาขปุณมี

          ปัจจุบันข้าวทิพย์หรือข้าวมธุปายาสมีส่วนประกอบมากมายแต่ที่คงไว้ ๙ สิ่งคือ ถั่ว, งา, นม, น้ำตาล, น้ำผึ้ง, น้ำอ้อย, เนย และน้ำนมที่คั้นจากรวงข้าว โดยชาวบ้านต่างร่วมมือร่วมใจหาวัตถุดิบอุปกรณ์และไม้ฟืน แล้วช่วยกันกวนข้าวด้วยความสามัคคีทุกปี ในวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 6 (หรือวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 7 หากปีนั้นมีเดือนแปด 2 หน) เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (วันวิสาขบูชา) ก็จะพร้อมใจกัน  นำข้าวถวายแด่พระภิกษุเป็นพุทธบูชาและแจกจ่ายพุทธศาสนิกชนเพื่อเป็นสิริมงคล สถานที่กวนข้าวทิพย์หรือข้าวมธุปายาสที่เป็นที่รู้จักกันในประเทศไทยคือ วัดโพธิ์ประสิทธิ์ ตำบลบ้านนา อำเภอมหาราช จังหวัด  พระนครศรีอยุธยา